คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากการเป็นมังสวิรัติ (รับประทานมัง) ที่คุณอาจไม่เคยทราบมาก่อน

การกินมังสวิรัติหรือการกินมังนั้นมีผลดีเป็นอย่างมากต่อร่างกาย กลุ่มของผู้คนที่เลือกจะเลิกรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ก็ยังสามารถมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงได้อยู่ การกินมังสวิรัตินั้นช่วยลดการเสี่ยงของการป่วยเป็นโรคหัวใจ , โรคอ้วน , ภาวะความดันโลหิตสูง , โรคเบาหวานจำพวกที่ 2 รวมทั้งโรคมะเร็งบางประเภททำให้ผู้ที่รับประทานมังจะแก่ยืนเยอะขึ้นเรื่อยๆและก็มีน้ำหนักตัวต่ำลง
คนปริมาณ 5% ในอเมริกาแค่นั้นที่เป็นคนรับประทานมัง รวมทั้งในประเทศจีนพวกคนรุ่นหลังก็เบาๆหันมารับประทานมังกันมากขึ้นเรื่อยๆแต่ว่าก็อยู่ในตอน 4-5% เพียงแค่นั้น สำหรับในเนื้อหานี้พวกเราจะเน้นย้ำไปที่การกินมังสวิรัติแบบไม่ทานเนื้อนมไข่รวมทั้งสินค้าจากสัตว์ทุกประเภท
เกร็ดความรู้ที่เกี่ยวโยงกับการกินมังสวิรัติ
1.แบบอย่างที่ดีของพวกโทรศัพท์เคลื่อนที่สากปากรักษาศีล – “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” อดีตกาลหัวหน้าจิตใจชั่วร้ายคนที่เพียรพยายามจะฆ่าล้างบางเชื้อชาติชาวยิวให้หมดไปจากโลก เขาเป็นคนรับประทานมังสวิรัติและก็ต้านการชั่วร้ายสัตว์ทุกชนิด นอกเหนือจากนี้เวลามองเห็นฉากทารุณไร้มนุษยธรรมสัตว์ในหนังเขาจะเอามือปิดตาด้วยเหตุว่าทนดูไม่ได้จนกระทั่งจะมีคนกล่าวว่าฉากนั้นจบไปแล้ว
2.เนื้อมังสวิรัติ – พวกนักวิทยาศาสตร์มีการเพียรพยายามสร้างเนื้อเทียมขึ้นมาจากผักมีชื่อเรียกว่า “SHMEAT” ก็นับว่าเป็นข่าวดีของผู้ที่อยากเลิกทานเนื้อเพราะเหตุว่าสิ่งที่จำเป็นทางสุขภาพ รวมถึงผู้ที่เกลียดชังการฆ่าสัตว์แม้กระนั้นยังมีใจคิดต้องการแฮปปี้กับการกินเนื้อสัตว์ (อย่างต่ำก็มิได้รังควานคนใดกันแน่ล่ะนะ)
3.ประเทศที่คนรับประทานเนื้อต่ำที่สุดในโลก – อินเดียมีจำนวนพลเมืองที่เป็นผู้ที่รับประทานมังสิวิรัติอย่างเคร่งครัดสูงถึง 31% มีห้องอาหารสำหรับคนรับประทานมังสวิรัติ และก็สามารถเลือกรายการอาหารให้ตรงกับการกินมังในแบบของตนได้ ส่วนประเทศที่บริโภคเนื้อสูงที่สุดในโลกก็คืออเมริกานั่นเอง
4.เลโอนาร์โด ดา วินชี – เป็นหนึ่งในบรรดาคนดังในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) ที่ออกมาให้การเกื้อหนุนการกินมังสวิรัติ
5.แหล่งกำเนิดการกินมัง – มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ยุคประเทศอินเดียโบราณและก็ภาษากรีกโบราณ โดยอยู่ในลักษณะของหลักทฤษฏีรวมทั้งการฝึกฝนไม่ให้ตนเองรับประทานเนื้อสัตว์ทุกจำพวก ไม่รับประทานไข่ ไม่ดื่มนม ไม่สัมผัสของกินที่มาจากสัตว์เลย โดยมีคอนเซ็ปต์เป็นการไม่อำมหิตสัตว์นั่นเอง
6.เหล้าองุ่นบางจำพวกมิได้เป็นของกินมังสวิรัติ – เพราะเหตุว่าบางโอกาสก็มีส่วนผสมที่ได้มาจากสัตว์อยู่ในนั้นด้วย
7.ข้อมูลที่ได้มาจาก FDA – เป็นชื่อย่อของหน่วยงานของกินแล้วก็ยาที่สหรัฐฯกล่าวว่าในแป้งมี่ 100 กรัม มีส่วนผสมขององค์ประกอบของแมลงอย่างต่ำ 150 ชิ้น

ผลดีที่พวกเราจะได้รับที่เกิดจากการกินมัง
ผู้คนหันมารับประทานมังสวิรัติด้วยเหตุผลที่ต่างๆนาๆ บางบุคคลย้ำเรื่องคุณธรรมและก็ศาสนา แต่ว่าโดยส่วนมากแล้วต้นสายปลายเหตุที่คนถูกใจหันมารับประทานมังกันก็เนื่องจากว่าเหตุผลด้านของสุขภาพเป็นหลัก
1.ช่วยลดความอ้วนได้จริง – จากผลการวิเคาะห์กับคนปริมาณ 38,000 คน พบว่าการกินมังสวิรัติเป็นระยะเวลานานจะมีผลให้มีดัชนีมวลกายลดลง
2.ช่วยเรื่องระดับคอเลสเตอรอล – นักวิทยาศาสตร์พบว่าการกินมังสวิรัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ดิบได้ดีไม่แพ้การใช้ยาเลย โดยระดับไขมันที่ไม่ดีจะมีจำนวนน้อยลงถึง 30%
3.ลดจังหวะเป็นโรคมะเร็งบางประเภท – จากการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยกับคนปริมาณ 60,000 คน โดยที่ครึ่งนึงเป็นคนรับประทานมังสวิรัติ พบว่าผู้ที่รับประทานมังจะได้โอกาสมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งน้อยกว่าผู้ที่ทานเนื้อตามเดิม โดยสามารถลดการเสี่ยงของ , โรคมะเร็งในเลือด , โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ แล้วก็โรคมะเร็งกระเพาะ ได้มากถึง 45%
4.ลดการเสี่ยงโรคหัวใจ – ผลวิจัยจากคน 44,000 คน พบว่าผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติได้โอกาสเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ที่กินเนื้อสูงถึง 32% เป็นเพราะได้รับไขมันจากสัตว์แล้วก็ได้รับคอเลสเตอรอลลดลง รวมทั้งของกินมังสวิรัติโดยมากก็ชอบมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มากมาย
5.ลดระดับความดันเลือด – จากผลของการวิจัยแล้วก็เก็บรวบรวมข้อมูลมามากยิ่งกว่า 100 ปี รับรองแล้วว่าการรับประทานมังสวิรัติเป็นระยะเวลานานจะช่วยลดระดับความดันเลือดได้แน่ๆ
6.ทำให้อารมณ์เบิกบานขึ้น – ผลงานวิจัยในปี ค.ศ.2012 แบ่งผู้เข้าร่วมการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยออกเป็น 3 กรุ๊ป โดยกรุ๊ปแรกเป็นฝูงชนที่ทานเนื้อ กรุ๊ปลำดับที่สองทานแต่ว่าเนื้อปลา กรุ๊ปลำดับที่สามเป็นฝูงคนรับประทานมังสวิรัติ พบว่าผ่านไปสองอาทิตย์คนกรุ๊ปลำดับที่สามหรูหราสภาพการณ์อารมณ์ที่ดีมากยิ่งกว่าสองกรุ๊ปแรก
7.ช่วยทำให้อายุยืน – ผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย “Loma Linda University Medical Center” พบว่าผู้ที่รับประทานมังสวิรัติจะอายุยืนมากมายว่าธรรมดา 20% โดยสำหรับการศึกษาค้นคว้านี้มีผู้เข้าร่วมสูงถึง 73,000 คน การกินเนื้อจะเบาๆทำให้พวกเรามีพลังงานเหลือลดน้อยลงแล้วก็ลดสมรรถนะของระบบภูมิต้านทาน ผู้ที่ถูกใจทานเนื้อยังจำต้องพบเจอกับอาการหย่อนยานความสามารถทางเพศก่อนวัยอันควรจะอีกด้วย

แนวทางการทำ amazon ให้มีรายได้

แนวทางการทำ amazon ให้มีรายได้

ปัจจุบันนั้นมีแนวทางในการทำ amazon มากมายเลยครับ ความรู้ต่าง ๆ ก็มีแชร์ให้อ่านกันอย่างสม่ำเสมอ และวันนี้ก็มีเทคนิค สอน amazon การทำ amazon ด้วยสินค้าชิ้นเดียวครับ ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานและประสบการณ์ให้เพิ่มพูนขึ้นครับ วิธีทำมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

  1. สอน amazon การหาคีย์เวิร์ดต่อ 1 blog

ก่อนที่จะหาคีย์เวิร์ดคุณจะต้องรู้ก่อนว่าจะขาอะไรครับ สินค้าที่จะขายนั้นมีการค้นหาผ่าน search ต่างๆ รึเปล่าเป็นสินค้าเก่าหรือไม่ หมดความนิยมหรือยัง สมมติว่าต้องการจะขายโทรศัพท์มือถือ Samsung galaxy S3 ขั้นต่อมาต้องใช้เครื่องมือในกรหาคีย์เวิร์ดนั่นคือ ใช้ adwords google ครับ และอีกตัวนึง google insights search เริ่มแรกให้นำคีย์สินค้า Samsung galaxy S3 ไปค้นหาคำใน google adwords  เมื่อได้แล้วให้ให้ไปใส่ใน insight search เพื่อดูระดับสถิติว่าสูงมั้ย

  1. นำคีย์ไปสร้างบล็อก

เมื่อได้คือมาสัก 50 อันให้นำมาจดโดเมนเป็นชื่อเว็บครับ เพื่อให้ index ใน google เมื่อสร้างบล็อกเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือใส่รายละเอียดของเว็บให้เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดครับ รูปภาพก็มีส่วนสำคัญเช่นกันเวลาใส่ภาพให้ให้เปลี่ยนชื่อไฟล์เป็นชื่อสินค้าด้วยครับ เพราะเวลาค้นหาภาพจะได้ขึ้นมาในหน้าแรก จากนั้นเขียนคำจูงใจให้สินค้าน่าซื้อ ลงเนื้อหาในส่วนของการรีวิวด้วยจะดีมากเลยครับ เพื่อเป็นการเรียกลูกค้าเข้ามายังบล็อกของคุณ แทรกลิ้ง แบนเนอร์เอาไว้ด้วยให้ผู้ที่สนใจได้คลิกเข้าไปซื้อนั่นเองครับ

  1. เริ่มโปรโมทอย่างสม่ำเสมอ

ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความขยันมาก ๆ ครับ เพราะคุณต้องลงเนื้อหาบ่อย ๆ เป็นหน้าม้าบ้างบางครั้ง กระตุ้นคอมเม้นท์ให้ดูมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา การจะมียอดขายได้นั้นจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอครับ และต้องอดทนด้วยเพราะปัจจุบันนั้นมีคนทำ amazon เยอะเหลือเกิน อย่าพึ่งท้อซะก่อนนะครับเพราะหากคุณตั้งใจจริงแล้วยังไงก็มียอดขายมาอย่างแน่นอนครับ

ข้อแนะนำอีกอย่างในการสอน amazon ครั้งนี้คือ ไม่ต้องมีบล็อกเยอะมากนั้นเพราะเป็นสายคุณภาพครับ แต่ไม่ควรมีน้อยกว่า 10 บล็อก และต้องคอยดูแลทุกบล็อกอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ หากคุณทำไม่ทัน สามารถจ้างงานเขียนบทความ หรือจ้างการทำ SEO ได้ครับ พวกเขามีความเป็นมืออาชีพและสามารถทำให้เว็บของคุณ index ได้ครับ ฉะนั้นอาจจะต้องใช้เงินทุนด้วยครับ เว็บสายคุณภาพนั้นอาจจะต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะไม่ได้มีเงินเข้ามาไวเหมือนสายปั่นครับ แต่ถ้าเทียบถึงความยั่งยืนแล้ว ยั่งยืนกว่าแน่นอนเพราะสายปั่นโดนแบนได้ง่ายกว่า ฉะนั้นหากตั้งใจว่าจะทำจริง ๆ อย่าย่อท้อครับ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : http://amazonwhite.blogspot.com/

 

 

แนวทางการเลือกสินค้า

แนวทางการเลือกสินค้า

การเลือกสินค้าถือเป็นส่วนสำคัญเช่นกันครับ เพราะถ้าคุณไม่มีสินค้าคุณก็ขายไม่ได้สิจริงมั้ยครับ แต่การเลือกสินค้านั้นจะเลือกส่ง ๆ ไม่ได้ครับ เพราะหากเลือกไม่ดีคุณก็จะขายสินค้าไม่ได้เลย หลาย ๆ คนเน้นเลือกสินค้าราคาแพงชิ้นใหญ่ ๆ ที่ทำกำไร  แต่กว่าจะขายได้นี่คงต้องรอกันเหงือกแห้งทีเดียวครับ ฉะนั้นวันนี้ลองมาดูแนวทางการเลือกสินค้ากันครับว่าควรทำอย่างไรบ้าง

  1. เลือกสินค้าที่ใช้แล้วหมดไป

สินค้าราคาแพงต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมนั้นก็คงไม่พ้นหมวดสินค้าประเภท เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ tools , automotive ซึ่งบอกเลยว่าคุณจะต้องสู้กับเจ้าใหญ่ aff หลายเจ้า ถ้าไม่เจ๋งจริงล่ะก็อยู่ไม่ได้ครับ ฉะนั้นควรเลือกสินค้าประเภทของใช้ในบ้าน และของใช้เด็กเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วเหล่าแม่บ้านทั้งหลายมีเปอร์เซ็นต์การสั่งซื้อเยอะกว่าคนทำงานครับ

  1. เลือกระดับราคาสินค้า

ขั้นตอนต่อมาคือการเลือกราคาครับ ควรเลือกราคาสินค้าประมาณ 30-70$ และมีเรทราคา 3-4 ดาวขึ้นไปครับ หากเลือกราคาถูกไปแม้ว่าจะขายได้หลายชิ้นแต่ก็ได้กำไรไม่มากครับ ฉะนั้นเลือกราคากลาง ๆ แม้จะไม่ได้กำไรมาก แต่เป็นตัวทำยอดได้เลยครับ และยังเพิ่ม Referral Rate ให้กับสินค้าคุณด้วย  เริ่มต้นอย่างช้า ๆ แต่ยอดขายสม่ำเสมอก็ไม่เลวเลยครับสำหรับมือใหม่

สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือการทำ SEO ให้กับเว็บครับ เพื่อให้เว็บ index คนจะได้เห็นบล็อกและเข้ามาซื้อสินค้าของคุณ ลองคิดดูนะครับว่ามีคนทำ amazon เป็นล้านสิบล้านบล็อก ฉะนั้นเป็นไปได้ยากมากถ้าคุณไม่ทำ SEO แล้วจะมีคนเห็นสินค้าของคุณครับ หลักการทำ SEO นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนครับ ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายเว็บที่สอน amazon เกี่ยวกับเรื่อง SEO ครับ เอาแบบคร่าว ๆ นะครับ SEO นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำคีย์เวิร์ดเพื่อให้ติดอันดับในการค้นหาครับ เมื่อเว็บคุณ index แล้วการที่ลูกค้าเข้าถึงก็จะง่ายขึ้น

อีกเทคนิคหนึ่งที่จะทำให้เว็บคุณขายดีคือปั่นเว็บครับ ปั่น 5 โดเมน โดเมนละ 30000 Asin ครับเพื่อให้ index ง่ายขึ้น เน้นที่ on page ในหน้า sale page ครับ ซึ่งวิธีนี้ไม่ต้องเน้นทำ SEO มากนักแต่คือไม่ต้องสนใจครับ ปั่นทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่ต้องสนใจครับ แต่อาจจะทำให้โดนแบนบ่อย ฉะนั้นต้องปั่นบ่อย ๆ หน่อยนะครับ ก็เป็นอีกวิธีที่ไม่ต้องลงทุนมาก แต่ก็มียอดเข้ามาอย่างสม่ำเสมอด้วยครับ ลองไปทำตามกันดูนะครับหากตั้งใจจริง ๆ คิดว่าคงไม่ยากเกินไปทำจะทำกำไรกับ amazon ละครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.ขายอะไรดี.com

 

รู้ไว้สักนิด กระบวนการผลิตน้ำผักผลไม้

รู้ไว้สักนิด กระบวนการผลิตน้ำผักผลไม้

กว่าที่คุณจะได้ดื่มน้ำผักและผลไม้นั้น เคยรู้หรือไม่ว่า กระบวนการผลิตนั้นเป็นอย่างไร

การผลิตน้ำผักผลไม้เป็นการแยกส่วนของเหลวในผักและผลไม้ พร้อมกับสารประกอบที่ให้กลิ่น รส จากผักและผลไม้ คุณภาพของน้ำผักผลไมที่ดีจะต้องมีลักษณะที่เหมือนผักผลไม้สด ทั้งในแง่ของกลิ่น รส สารอาหาร วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ ที่ต้องยังคงเหมือนเดิมหรือมีความใกล้เคียง ซึ่ง กระบวนการผลิตน้ำผักผลไม้ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้

1.เตรียมผักผลไม้ก่อนการแปรรูป ภายหลังการเก็บเกี่ยววัตถุดิบ อาจมีส่วนที่บริโภคไม่ได้หรือมีสิ่งอื่นปะปนอยู่ด้วย ดังนั้นต้องมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติต่อวัตถุดิบ เพื่อให้วัตถุดิบมีคุณภาพดี และมีความสม่ำเสมอกัน เหมาะสมสำหรับนำไปแปรรูปในขั้นต่อไป

2.การสกัดของเหลว เพื่อแยกของเหลว รวมไปถึงสารละลายอาหารที่ละลายได้ที่มีอยู่ในผักและผลไม้ มี 2 วิธีคือวิธีทางกล (mechanical extraction) โดยใช้แรงไปทำให้เซลล์เนื้อผลไม้ฉีกขาดและให้สวนของน้ำผักผลไม้ไหลซึมออกมา และวิธีทางชีวภาพ (biological extraction)  เช่น เอนไซม์ไปย่อยสลายเซลล์เนื้อผักผลไม้ให้มีขนาดเล็กเพียงพอที่จะปลดปล่อยของเหลวออกมา

3.การปรับปรุงคุณภาพ ทำให้น้ำผักผลไม้ที่สกัดได มีลักษณะคุณภาพตามความต้องการ เช่น การทำน้ำผักผลไม้ใส หรือแบบขุ่น และการปรับด้านรสชาติ เช่น รสเปรี้ยว รสหวาน

4.การกรอง เป็นการแยก (separation) ทางกลเพื่อแยกอนุภาค โดยให้ของเหลวไหลผ่านตัวแผ่นกรอง

5.การให้ความร้อน การฆ่าเชื้อด้วยความร้อนเพื่อทำลายเชื้อจุลินทรีย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อยืดอายุการเก็บของน้ำผักผลไม้ที่บรรจุในภาชนะบรรจุปิดสนิท มีขั้นตอนหลัก คือ การทำให้อุณหภูมิของอาหารสูงขึ้นจนถึงอุณหภูมิที่ต้องการฆ่าเชื้อระดับพาสเจอไรซ์ด้วยอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน (heat exchanger) แล้วคงอุณหภูมิไว้ในท่อคงอุณหภูมิ (holding tube) ระยะเวลาหนึ่งแล้วจึงทำให้เย็นลง

5.การบรรจุ กระบวนการการบรรจุแบบปลอดเชื้อ (aseptic) เป็นกระบวนการบรรจุที่ทั้งภาชนะบรรจุและเครื่อง ดื่มน้ำผักผลไม้ที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้ว ส่วนวิธีการเพื่อฆ่าเชื้อของภาชนะบรรจุนั้นทำได้หลายวิธีเช่น การใช้
ไอน้ำร้อน ซึ่งการเลือกวิธีการฆ่าเชื้อของภาชนะบรรจุนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุ ภาชนะบรรจุเป็นหลัก ปัจจุบันมีวัสดุหลายชนิดที่สามารถนำมาบรรจุแบบปลอดเชื้อได้และการบรรจุแบบนี้มีการสูญเสียคุณค่าทางอาหารน้อยกว่าการบรรจุแบบอื่น และสามารถวางขายได้โดยไม่ต้องแช่เย็น

6.บรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำผักผลไม้ มีทั้งแบบกล่อง ที่ไปด้วยชั้นของกระดาษด้านในและเคลือบด้วยโพลีเอทธิลีนและสารป้องกันการซึมผ่าน ขวดแก้ว ขวดพลาสติก เป็นต้น

 

การดื่มน้ำผลไม้ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ทานผัด ผลไม้สดได้น้อย น้ำผลไม้ทำให้รู้สึกสดชื่น ดับกระหาย ส่วนคุณค่าทาง โภชนาการจะมีมากน้อยแค่ไหนนั้น เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องทราบ เพื่อที่จะได้จัดสรรอาหารการกินในแต่ละวันให้เป็นไปอย่างสมดุล และร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารที่เรากินเข้าไปมากที่สุด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://health.kapook.com

สมุนไพรลดไขมันมีจริง ?

สมุนไพรลดไขมันมีจริง ?

น้ำหนักตัวเป็นสิ่งหนึ่งที่สาวๆไม่ค่อยอยากจะให้เพิ่มมากขึ้นสักเท่าไร ยิ่งน้อยเท่าไร ก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น แต่จะทำไงได้ เมื่อการกระทำสวนทางกับความคิด เพราะสาวๆหลายๆคน ก็ยังหยุดรับประทานของชอบไม่ได้ซักที คาดว่าหลายคนคงจะมีวิธีในการลดน้ำหนักแบบเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการอดอาหาร การรับประทานผักผลไม้เพื่อช่วยในการขับถ่าย การออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งการรับประทานยาลดความอ้วน ซึ่งวิธีต่างๆก็อาจได้ผลในรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่ทราบหรือไม่ค่ะ ว่ายังมีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดไขมันได้ วิธีนี้อาจถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่คนสมัยก่อนถ่ายทอดกันมาจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูก และมักจะถูกสอดแทรกอยู่ในเมนูอาหารไทยแบบที่เราเองก็ยังไม่เคยรู้มาก่อนเลยสมุนไพรไทยพื้นบ้านมีอยู่มากมายหลายชนิด ซึ่งถ้าจะยกมากล่าวถึงในที่นี้ทั้งหมดก็คงต้องใช้เวลานานมากๆเลยทีเดียว วันนี้จึงอยากจะขอยกตัวอย่างสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย จะเป็นอะไรบ้าง ไปทำความรู้จักพร้อมๆกันได้เลย

ตำลึง ก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหรือปริมาณไขมันได้เช่นกัน ซึ่งสารสำคัญที่ช่วยลดน้ำหนักที่มีชื่อว่า “โพลีพรีนอล” (Polyprenol) ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยแล้วว่าสามารถลดไขมันในหนูทดลองได้จริง นอกจากนี้ การรับประทานตำลึงยังช่วยบำรุงสายตาเนื่องจากในใบตำลึงมีวิตามินเอในปริมาณที่สูง อีกทั้ง ยังช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ดีอีกด้วย รู้แบบนี้แล้วหันมาทำแกงจืดตำลึงซดกินทุกมื้อ รับรองว่านอกจากจะได้หุ่นเพรียวสมใจแล้ว ยังมีสายตาดี และร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

ดอกคำฝอย ซึ่งมีความสามารถในการช่วยลดไขมันในเลือดได้ ว่ากันว่า การนำดอกคำฝอยประมาณ 5 กรัมนำมาชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว แล้วดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็นจะช่วยให้สามารถลดน้ำหนักได้ดี นอกจากนี้ ดอกคำฝอยยังมีส่วนช่วยในการบำรุงเลือด ขับเหงื่อ และเป็นยาระบายที่ดีชนิดหนึ่ง ดังนั้น รับรองได้เลยว่าการรับประทานดอกคำฝอยบ่อยๆไม่ทำให้อ้วนแน่นอน

กระเทียม อีกหนึ่งสมุนไพรที่ขึ้นชื่อว่าช่วยแก้โรคความดันโลหิตสูง ลดไขมัน และโคเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกายได้ โดยหากต้องการจะรับประทานให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ต้องรับประทานแบบสดๆและบดให้ละเอียด เพื่อให้ได้สาร “อัลลิซิน” (Allicin) ที่มีคุณสมบัติในการลดความอ้วนไปแบบเต็มๆ สำหรับปริมาณที่เหมาะสมให้รับประทานก่อนรับประทานอาหารอื่นๆ 3-5 กลีบเล็ก แต่หากจะทานคู่ไปกับอาหารเลยก็ไม่เป็นผลเสียใด เพราะจะทำให้ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้มากขึ้นได้เช่นกัน ห่วงก็แต่เพียงเรื่องกลิ่นปากเท่านั้นละ ที่จะต้องทำความสะอาดให้ดี จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น

เห็นหรือยังละคะว่า สมุนไพรพื้นบ้านของไทยมีดีกว่าที่คุณคิดเยอะ เพราะนอกจากจะปลูกง่าย และสามารถหารับประทานได้ง่ายแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ช่วยขับเลือด ขับลม ลดไขมัน ลดคอเลสเตอรอล ลดระดับน้ำตาลในเลือด และอื่นๆอีกมากมาย เมื่อรับรู้ถึงประโยชน์ของสมุนไพรกันแล้ว ก็อย่าลืมหันมารับประทานสมุนไพรกันเยอะๆนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://health.kapook.com

คุณรู้หรือไม่…การดื่มกาแฟก็มีประโยชน์เหมือนกัน

คุณรู้หรือไม่…การดื่มกาแฟก็มีประโยชน์เหมือนกัน

            การดื่มกาแฟนั้นเรียกได้ว่าเป็นที่นิยมสำหรับคนวัยทำงานเป็นอย่างมาก ยิ่งบางคนถ้าหากวันไหนไม่ได้ดื่มกาแฟวันนั้นจะไม่สามารถทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ บางคนจะรู้สึกว่าร่างกายไม่สดชื่น ไม่กระปรี้กระเปร่าเลย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการดื่มกาแฟนั้นช่วยป้องกันโรคต่างๆได้ด้วย เนื่องจากกาแฟนั้นมีสารที่เรียกว่า คาร์เฟอีน เชื่อว่ามาจากคาเฟอีน สารกระตุ้นที่พบได้สูงจากกาแฟที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจ และกล้ามเนื้อ การศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกาแฟในการป้องกันและรักษาโรคส่วนใหญ่จึงมุ่งไปที่สารคาเฟอีนในกาแฟเป็นหลัก โดยกาแฟสำเร็จรูปโดยทั่วไป 1 แก้วประกอบด้วยคาเฟอีนประมาณ 85-100 มิลลิกรัม แต่หากเป็นกาแฟชงสดจะมีคาเฟอีน 100-150 มิลลิกรัมต่อแก้ว ส่วนกาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีนนั้นก็ยังคงมีคาเฟอีนประมาณ 8 มิลลิกรัมต่อแก้ว วันนี้เราจะมาดูกันว่ากาแฟนั้นมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย

ประโยชน์ของกาแฟที่มีต่อสุขภาพ

1.ป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างกาแฟอย่างน้อยวันละ 400 มิลลิกรัมดูเหมือนจะมีส่วนช่วยลดการเกิดโรคนี้ได้ โดยจากการศึกษาในผู้ที่ไม่เคยมีประวัติป่วยด้วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีมาก่อนจำนวนหลายพันคน ปรากฏว่าความเสี่ยงต่อโรคทั้งชายและหญิงจะยิ่งลดลงเมื่อได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากขึ้น โดยการดื่มกาแฟวันละ 800 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับกาแฟประมาณ 4 แก้วขึ้นไปต่อวันจะให้ผลดีในการป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ดีที่สุด

2.ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง งานวิจัยหนึ่งที่มีผู้เข้าร่วมทดลอง 5,145 คน ดื่มกาแฟวันละ 1 หน่วยบริโภค วันละไม่เกิน 2 หน่วยบริโภค วันละ 2-2.5 หน่วยบริโภค หรือวันละ 2.5 หน่วยบริโภคขึ้นไป ผลการศึกษาชี้ว่าปริมาณการดื่มกาแฟที่มากขึ้นจะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง และยังมีบางงานวิจัยที่กล่าวแนะนำประสิทธิภาพของกาแฟต่อการป้องกันโรคนี้ว่าการรับประทานกาแฟวันละ 3 แก้วอาจช่วยลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงได้อย่างมีนัยสำคัญ

3.ป้องกันโรคเบาหวาน จากการศึกษาประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กาแฟอาจมีส่วนช่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น งานวิจัยหนึ่งที่ศึกษากับผู้ที่ไม่มีโรคเบาหวาน มะเร็ง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด แล้วพบว่าการดื่มกาแฟในระยะยาวมีส่วนช่วยยับยั้งการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ หรือการทดลองในกลุ่มผู้ที่เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ที่พบว่าการดื่มกาแฟโดยไม่ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งต่อวันให้ผลดีที่สุดในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานในกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรค

อีกหนึ่งประโยชน์ของคาเฟอีน ก็คือ ความสามารถในการกระตุ้นการทำงานของระบบเมตาบอลิซึม และอาจจะทำให้น้ำหนักคุณลดลงได้ ตราบใดที่คุณไม่เติมแต่งน้ำตาลหรือสารให้ความหวานอื่นๆมากจนเกินไป ทำให้คอกาแฟทั้งหลายคงจะมีความสุขกับการดื่มกาแฟมากขึ้น เมื่อทราบว่าการดื่มกาแฟไม่ได้ให้เพียงแค่ความสุขทางประสาทสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่ยังทำให้ร่างกายได้รับผลดีต่อสุขภาพอีกหลายด้านที่หาไม่ได้ในเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.coffeefavour.com

วิตามินบี 6 ประโยชน์ อาการบกพร่องและผลข้างเคียง

วิตามินบี 6 ประโยชน์ อาการบกพร่องและผลข้างเคียง

ร่างกายใช้วิตามิน B6 สำหรับการทำงานของสมองและระบบประสาทกระบวนการเผาผลาญอาหารการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดการสร้างเซลล์เม็ดเลือดและเพื่อสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน วิตามินที่สำคัญนี้พบในอาหารหลายชนิดเช่นเนื้อสัตว์อาหารทะเลและผักบางชนิด การเสริม B6 โดยทั่วไปปลอดภัยมากเนื่องจากส่วนเกินจะถูกขับออกมาในปัสสาวะ แม้กระนั้นปริมาณที่สูงมากก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงบางอย่าง

วิตามินบี 6 เป็นสารอาหารรองที่มีสารประกอบ 6 ชนิด ได้แก่ ไพริดอกซิน pyridoxal pyridoxamine และ ester 5′-phosphate esters (ตัวอย่างเช่น pyridoxal-5′-phosphate หรือ PLP และ pyridoxamine-5′-phosphate หรือ PMP) ในฐานะวิตามินที่ละลายในน้ำถ้าเราใช้เวลามากกว่าที่เราต้องการร่างกายจะช่วยขจัดมันลงในปัสสาวะ เนื่องจากร่างกายไม่เก็บวิตามินนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะบริโภคได้ดีพอในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญที่ต้องสังเกตคือสารประกอบที่ซับซ้อนทั้งหมดของวิตามินบีทำงานร่วมกันเพื่อให้แน่ใจว่าทั้งหมดนี้มีอยู่ในอาหาร

วิตามินบี 6 เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกระบวนการเผาผลาญอาหารที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของสมองการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันการสร้างเซลล์เม็ดเลือดการสังเคราะห์โปรตีนและอื่น ๆ วิตามินบี 6 ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ด้านล่างหกประโยชน์ด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกับวิตามินบี 6

  1. ส่งเสริมการเผาผลาญสุขภาพ วิตามินบี 6 ช่วยเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน เป็นโคเอนไซม์ที่ไม่ใช่โปรตีนที่ใช้ควบคู่ไปกับเอนไซม์ – pyridoxal-5′-phosphate (PLP) ช่วยเร่งปฏิกิริยาเอนไซม์มากกว่า 100 ชนิดที่มีผลต่อการเผาผลาญของร่างกาย เหล่านี้ส่วนใหญ่สร้างและทำลายโปรตีนและกรดอะมิโน B6 ช่วยควบคุมการเผาผลาญผ่านการผลิตฮอร์โมนรวมทั้งเมลาโทนิที่มีผลต่อการนอนหลับ serotonin ที่ช่วยเพิ่มอารมณ์และ norepinephrine ซึ่งจะปล่อยพลังงานออกมา
  2. รองรับสุขภาพผิวและเส้นผม วิตามินบี 6 ช่วยให้ผิวเราดูกระจ่างใส ให้แน่ใจว่าเราได้รับเพียงพอของวิตามินนี้สามารถทำให้ปกติสีแดงและบวมของผิว ผลเหล่านี้จะขยายไปยังเส้นผมด้วย โดยออกซิเจนในรูขุมขน B6 ก่อให้เกิดความผิวหนังเนียนเรียบไม่เป็นรู ในการศึกษาการฉีดยา B6 ในคนที่มีผมร่วงลดการสูญเสียเส้นผม
  3. เพิ่มพลังสมอง วิตามินบี 6 มีบทบาทในการสร้างสารสื่อประสาทซึ่งเป็นสารเคมีที่ช่วยให้เซลล์ประสาทสื่อสารกับคนอื่นในสมอง วิตามินบี 6 ช่วยในเรื่องของหน่วยความจำ การศึกษาแสดงให้เห็นว่า B6 สามารถทำให้ปกติอารมณ์และลดปัญหาเช่นภาวะซึมเศร้าความวิตกกังวลและความสนใจความผิดปกติ
  4. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด กลูโคสหรือที่เรียกว่าน้ำตาลในเลือดเป็นแหล่งพลังงานที่ต้องการของร่างกาย อย่างไรก็ตามระดับกลูโคสที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความต้านทานต่ออินซูลินและเงื่อนไขต่างๆเช่นโรคเบาหวานประเภท 2 อย่างน้อยหนึ่งการศึกษาพบวิตามิน B6 ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเช่นเดียวกับการปล่อยอินซูลินในหนู; นักวิจัยชี้ว่าอาจช่วยป้องกันการเกิดโรค metabolic syndrome (pre-diabetes) ในมนุษย์ได้เช่นกัน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.pobpad.com

โสม…สมุนไพรมีประโยชน์

โสม…สมุนไพรมีประโยชน์

ถ้าหากให้นึกถึงสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป้นอย่างมาก เชื่อกันว่าทุกคนต้องนึกถึงสมุนไพรที่มีชื่อว่า “โสม” เนื่องจากโสมเป็นสมุนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในทวีปเอเชียเรา แต่ปัจจุบันนี้ ชื่อเสียงของโสมนั้นดังไปไกลทั่วโลกแล้วก็ว่าได้ นั่นเป็นเพราะว่าโสมมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่า โสมนั้นมีมากมายหลายชนิด มีทั้งโสมไทย โสมจีน โสมเกหลี เป็นต้น แต่โสมที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากนั่นก็คือโสมจากประเทศเกาหลี และจีน และในการรับประทานโสมนั้นมีด้วยกัน 2 แบบคือ 1. แบบการต้มกิน วิธีนี้จะทำให้การรับประทานนั้นยากสักหน่อย และแบบที่ 2 คือแบบแคปซูล ในปัจจุบันนี้การหาโสมทานก็เป็นเรื่องง่ายเพราะได้มีการขายแบบเป็นแคปซูลขายตามร้านขายทั่วไปแล้ว วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันว่าโสมนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง

  1. เรื่องของเสริมสมรรถภาพทางเพศ

เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมสำหรับเพศชายเป็นอย่างมาก เนื่องจากโสมมีสารที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีเลือดสูบฉีดที่ดีขึ้น ทำให้มีแรงกระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น

  1. ลดน้ำหนัก

เนื่องจากโสมมีสารที่ช่วยให้ร่างการดูดซึมคาร์โบไฮเดตได้ดี และยังช่วยให้ร่างกายกระตุ้นเร่งระบบเบาผลาญมากยิ่งขึ้น สังเกตได้ว่า เมื่อไหร่ที่ทานโสมเข้าไป จะรู้สึกว่าร่างกายนั้นร้อน จึงเรียกได้ว่า โสมนั้นสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดี

  1. ช่วยอาการนอนไม่หลับ

โสมมีสารที่ชื่อว่า Ginsenosides ที่ช่วยให้ร่างกายนั้นผ่อนคลาย ลดอาการปวดเมื่อย และลดความเครียด ทำให้คนที่รับประทานโสมเข้าไปนั้นนอนหลับสบาย

  1. ช่วยบำรุงผิว และชะลอความแก่ก่อนวัย

จากการวิจัยพบว่าในโสมนั้นมีสารที่เรียกว่า Phytonutrients และสาร Anti-Oxidants ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเพิ่มคอลลาเจนในผิวให้ดูเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น และยังมีสารที่ช่วยยับยั้งและขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมออกจากร่างกาย จึงทำให้มีผิวที่ดูเปล่งปลั่งก่อนวัย

สมุนไพรหรืออาหารทุกชนิดนั้นมีผลดีแล้วก็ต้องมีผลเสียซึ่งเป็นของคู่กัน ถ้าหากเราไม่ระมัดระวังหรือศึกษาให้ดีก่อนรับประทานก็จะทำให้ได้ร่างกายได้รับผลเสียตามมา ซึ่งโสมก็เช่นกันหากรับประทานมากเกินไปก็อาจเกิดโทษได้ ถ้าหากทานแล้วมีอาการดังนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ มีผื่นแดง เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีการรับสารต่างๆไม่เหมือนกัน บางท่านอาจแพ้สารที่อยู่ในโสม หรือบางท่านเป็นโรคความดันโลหิตสูงก็ไม่ควรที่จะรับประทานโสม เนื่องจากโสมมีสารที่ไปกระตุ้นร่างกายให้ทำงานมากกว่าปกติ เลือดสูบฉีดมากยิ่งขึ้น ถ้าหากคนที่เป็นโรคความดันสูงจะทำให้หัวใจเต้นแรงมากขึ้น ซึ่งได้รับอันตรายเป็นอย่างมาก และเนื่องจากเมืองไทยนั้นเป็นเมืองร้อนทำให้การรับประทานโสมจึงมีข้อจำกัดต่างๆ ไม่เหมือนกับเกาหลี จีน หรือประเทศอื่นๆที่เป็นเมืองหนาว เพราะนั้นถ้าหากท่านไหนสนใจหรือต้องการรับประทานโสมควรสืบค้นหาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผลที่ดีที่สุด

 

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : https://www.sanook.com/health

บำรุงสายตากับผักและผลไม้

บำรุงสายตากับผักและผลไม้

เนื่องจากในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆมีการใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน มีโทรศัพท์มือถือแบบสมาทร์โฟน ยิ่งทำให้เรานั้นต้องใช้สายตาในการจองจอคอมหรือจอโทรศัพท์เป็นเวลา และคุณรู้หรือไม่ว่าแสงจากจอคอมพิวเตอร์และจากมือถือนั้นเป็นอันตรายต่อสายตาของเราเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากเมื่อเราจ้องจอคอมเป็นเวลานานจะทำให้เรารู้สึกว่า ปวดตาเป็นอย่างมากดังนั้นเราจึงต้องหมั่นดูแลและบำรุงสายตาของเราให้แข็งแรง และสิ่งที่เราต้องเรียนรู้คือ มีอาหารชนิดไหนบ้างที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาของเรา

ที่นี้เรามาดูกันดีกว่าว่าอาหารชนิดใดที่มีสารอาหารที่สำคัญต่อดวงตาบ้าง

  1. ผักบุ้ง ผักที่ดีมีประโยชน์

ผักบุ้งเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน A วิตามิน C รวมถึงเบต้า-แคโรทีน ที่มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการบำรุงสายตา คนไหนที่ชอบกินผักบุ้งบ่อยๆจะไม่ค่อยปวดตา แสบตา หรือมีอาการสายตาสั้นได้ แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้องรับประทานแบบลวกหรือต้มจะดีกว่าการผัดผักบุ้งไฟแดงที่มีน้ำมันสูง แต่ถ้าทานดิบๆได้จะมีประโยชน์มากที่สุดเลย

  1. ตำลึง ผักที่ทุกคนมองข้าม

แม้ว่าตำลึงจะดูเป็นผักทั่วไปที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ก็มีคุณค่าทางอาหารสูง ตำลึงจัดเป็นผักที่มีบีตาแคโรทีนดีที่สุด ซึ่งสารตัวนี้มีหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา และช่วยป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่ถูกแสงออกซิไดซ์ได้ ดังนั้นจึงช่วยป้องกันการเกิดต้อได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นสารต้านออกซิเดชัน ซึ่งลดความเสียหายจากการที่สารอนุมูลอิสระทำลายอวัยวะภายในร่างกายได้อีกด้วย

  1. ฟักทอง ผักบำรุงสายตาชั้นเลิศ

ฟักทองหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีสรรพคุณที่ช่วยในการบำรุงสายตาของเราด้วยหรอ จริงๆแล้วฟักทองเป็นผักที่มีประโยชน์มากมายที่มีวิตามินเอที่ช่วยในการบำรุงสายตา บำรุงไต และยังช่วยสร้างเซลล์ใหม่แทนที่เซลล์เก่าที่ตายไปแล้วได้อีกด้วย และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากๆเช่นกัน

  1. แครอท สีสันน่าทาน

แครอทถือว่าเป็นผักสีส้มที่มีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุด ไม่เพียงเท่านั้นในแครอทยังมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆมากมายที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณและบำรุงสายตาของเราอีกด้วย

  1. มะม่วงสุก สีเหลืองน่าทาน

ในมะม่วงสุกจะอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส ใยอาหาร ที่ช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยให้ผิวพรรณ บำรุงเหงือกและฟัน ลดสิว และปกปิดริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างดี

  1. มะละกอสุก มีประโยชน์มากมายเหลือล้น

การรับประทานมะละกอสุกเป็นประจำจึงช่วยให้ผิวพรรณดูดี ลดริ้วรอยก่อนวัย และที่สำคัญยังมีประโยชน์ในการบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดีมะละกอแสนอร่อยที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลากชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 แคลเซียม และเบต้าแคโรทีน อีกด้วย

เรียกได้ว่าผลไม้ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นล้วนเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการเป็นอย่างมาก ถ้าหากจะให้ดีที่สุดคือการพักสายตาทุก1-2ชั่วโมงควบคู่กับการรับประทานผักผลไม้ไปด้วยจะเกิดผลดีที่สุด

 

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.pobpad.com

วิธีลบรอยแผลเป็นจากสิว

วิธีลบรอยแผลเป็นจากสิว

มีหลายวิธีที่จะปรับปรุงลักษณะที่ปรากฏของรอยแผลเป็นจากสิวขึ้นอยู่กับสีพื้นผิวและขนาดของพวกเขา เข้มรอยแผลเป็นจากสิวที่เปลี่ยนสีสามารถเบาบางลงด้วยครีมซีดจางตามใบสั่งแพทย์เช่น Tri-Luma และ EpiQuin Micro สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีโทนผิวคล้ำซึ่งเนื่องจากมีเมลานินมากกว่าในผิวของพวกเขามีแนวโน้มที่จะเกิดสิวคล้ำขึ้นแม้สิวของพวกเขาจะหายไปสภาพที่เรียกว่า hyperpigmentation หลังการอักเสบ ถ้าครีมซีดจางไม่ทำให้แผลเป็นลดแผลเป็นแพทย์ผิวหนังสามารถทำเปลือกสารเคมีเพื่อช่วยให้ผิวนุ่มนวล

หากรอยแผลเป็นทำให้ผิวคุณไม่เรียบขึ้นอุปกรณ์ใหม่ ๆ เช่นเลเซอร์ Affirm และ Fraxel ช่วยให้พื้นผิวเรียบ เลเซอร์ที่มีการแพร่กระจายน้อยที่สุดเหล่านี้สามารถลดรอยแผลเป็นตื้นและการรักษาจะต้องใช้เวลาในการกู้คืนเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

แผลเป็นยังสามารถรักษาได้ด้วย “fillers” เช่น Restylane, Juvederm และ CosmoPlast ซึ่งถูกฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อยกแผลเป็น ในขณะที่การรักษาเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวเล็กน้อยหรือไม่มีเวลาโดยปกติพวกเขาจะสึกหรอภายใน 4-6 เดือนและต้องทำซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์

การเกิดแผลเป็นที่ลึกหรือกว้างขวางอาจต้องใช้วิธีการที่มีการบุกรุกมากขึ้นเช่นเลเซอร์ทำซ้ำหรือคาร์บอนไดออกไซด์ เนื่องจากการรักษาเหล่านี้มีความก้าวร้าวมากขึ้นและลบชั้นผิวหนังหลายชั้นพวกเขาต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ มีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยแดงและสีที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ได้รับการรักษาและผิว

หลุมสิวที่มีขนาดใหญ่มากหรือลึกอาจต้องไปพบแพทย์ศัลยแพทย์พลาสติกผู้ทำการแก้ไขแผลเป็น ในการผ่าตัดประเภทนี้แผลเป็นจะถูกตัดออกและผิวที่แข็งแรงจะผสานเข้าด้วยกันเพื่อให้พื้นที่ในการรักษาสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

ถ้าใช้ Accutane หรือรูปแบบอื่น ๆ ของ isotretinoin สำหรับสิวคุณจำเป็นต้องเลิกใช้และรออย่างน้อยหกเดือนถึงหนึ่งปีก่อนที่จะดำเนินขั้นตอนการบุกรุก ยาดังกล่าวอาจทำให้ความสามารถในการรักษาของผิวหนังลดลงอย่างเหมาะสมและอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นมากขึ้น

ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดที่โดดเด่นได้รับเลือกให้เป็นไปตามศักยภาพของพวกเขาในการสร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้สุขภาพ สุขภาพประจำวันอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจาก Affiliate สำหรับสินค้าที่คุณซื้อ

ผื่นผิวหนังที่หยาบกร้านและจุดด่างดำอาจทำให้ชีวิตประจำวันเสียหาย และเป็นความท้าทายในการหาผลิตภัณฑ์แต่งหน้าที่ให้ความคุ้มครองที่ดีโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ถ้าคุณต้องการที่จะบรรลุ “แต่งหน้าไม่แต่งหน้า” และเก็บรอยดำที่น่ารำคาญที่อ่าวคุณอาจต้องการพิจารณาใช้แต่งหน้าที่ปลอดภัยสำหรับผิวมันและสิวได้ง่าย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://medthai.com