หาดบาเนจ

ด้วยความที่ยุโรปนั้นมีความสวยงามเเละมนต์เสน่ห์อยู่อย่างมากมาย ก็ทำให้ดินเเดนเเห่งนี้นั้นงดงามเเละเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์น่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง โดยหนึ่งในประเทศที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์น่ามาเที่ยวชมนั้นก็คือ โครเอเชีย ดินเเดนที่งดงามเเละเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายต่อหลายเเห่งด้วยกัน โดยอย่างที่ หาดบาเนจ ก็ถือว่าน่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่งอีกเเห่งที่น่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

Banje นั้นเป็นอีกชายหาดที่มีความสวยงาม โดยตั้งอยู่ที่เมืองดูบราฟนิค เป็นชายหาดที่ถัดออกไปจากเเนวกำเเพงเมืองเก่า ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ซึ่งลักษณะของชายหาดจะเป็นชายหาดตรง โดยเนื้อหาดนั้นจะเป็นลักษณะของกรวดปนทราย โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงามของเกาะโลครุม หรือจะเป็นบริเวณท่าเรือเก่าของเมืองดูบราฟนิค ซึ่งทำให้มีบรรยากาศที่น่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมชื่นชมบรรยากาศ

หาดบาเนจ นั้นถือว่าเป็นย่านชุมชนของผู้มีอันจะกินในเมืองดูบราฟนิคเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งบริเวณรอบชายหาดนั้นจะเต็มไปด้วยร้านค้าเเละอาคาร โรงเเรมที่พักต่างๆ ที่ดูสวยงามเเละมีความหรูหราฟูฟ่าเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งบรรดานักท่องเที่ยวที่มานอนเล่นอยู่บนชายหาดเเห่งนี้ก็มีเเต่บรรดาเซเลปคนดังของเมืองเเห่งนี้ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เเสนจะทันสมัยเป็นอย่างยิ่ง เเละด้วยความที่มันตั้งอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายเเห่งก็เลยกลายเป็นอีกหนึ่งในจุดที่มีนักท่องเที่ยวเเวะเวียนมาเที่ยวชมความสวยงามของท้องทะเลสีฟ้าครามอยู่เสมอๆ

นอกจากความสวยงามของธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้าเเล้ว หาด Banje ก็เต็มไปด้วยความหรูหรา เเละมีกิจกรรมทางน้ำมากมายคอยให้บริการเเก่ผู้ที่มาพักผ่อนไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำ หรือจะเป็นกีฬาทางน้ำท้องถิ่นโครเอเชียอย่าง พิชซิกีน ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งบริเวณใกล้เคียงกันนั้นยามกลางวันจะมีร้านอาหารทะเลหรูหรามากมายตั้งเรียงรายให้นักท่องเที่ยวได้ไปลองลิ้มชิมรสชาดอาหารทะเลที่มีความสดใหม่ เเละในยามกลางคืนใกล้ๆ หาดเเห่งนี้ก็เป็นเเหล่งบันเทิงยามค่ำคืนที่ฮอตฮิตเเละหรูหราเป็นอย่างมากเลยทีเดียว จึงไม่น่าเเปลกใจว่าชายหาดเเห่งนี้จะได้รับความสนใจจากบรรดานักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ส่วนกาเดินทางมาเที่ยวที่ หาดบาเนจ นั้นสามารถเดินต่อมาจากทางป้อมปราการเรฟเวลิน ตรงประตูโพเซต ได้เลย เเล้วเดินต่อมาอีกประมาณ 90 เมตรเท่านั้นก็จะถึงชายหาดที่มีความสวยงามเเห่งนี้เเล้ว โดยสิ่งอำนวยความสะดวกตรงบริเวณชายหาดนั้นมีอย่างครบครันเลยทีเดียว

 

 

ยามากาตะ ชินคันเซ็น

การท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนั้นถือว่ามีความสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่งด้วยการคมนาคมขนส่งทั่วทั้งญี่ปุ่นนั้นมีความหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง เเละสะดวกสบายด้วยเส้นทางรถไฟที่ครอบคลุมตลอดทั้งญี่ปุ่น เเละมีรถไฟความเร็วสูงไว้คอยให้บริการอีกด้วย โดยหนึ่งในรถไฟความเร็วสูงสายที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ ยามากาตะ ชินคันเซ็น ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งในการเดินทางที่จะพานักท่องเที่ยวผ่านเมืองสำคัญๆ ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมายหลายเเห่งเลยทีเดียว

Yamagata Shinkansen นั้นต้องถือว่าเป็น ชินคันเซ็น ที่มีระยะทางวิ่งสั้นที่สุดอีกสายหนึ่งของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เเละไม่ได้เป็นชินคันเซ็นที่เริ่มต้นวิ่งจากโตเกียวเหมือนกับชินคันเซ็นสายอื่นๆ โดยมันเป็นชินคันเซ็นที่วิ่งบริการระหว่างเมืองฟุคุชิมะ ในจังหวัดฟุคุชิมะกับเมืองชินโจ ในจังหวัดยามากาตะ ด้วยระยะทางทั้งหมด 148.6 กิโลเมตร ผ่านสถานีหลักทั้งหมด 11 สถานีด้วยกัน เเละใช้ความเร็วในการวิ่งที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นหมายความว่าจะใช้เวลาจากสถานีต้นทางในเมืองฟุคุชิมะ ไปจนถึงสถานีปลายทางที่เมืองชินโจประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาทีเท่านั้นเอง

โดยที่ ยามากาตะ ชินคันเซ็น นั้นมี JR East เป็นผู้ดำเนินการในการบริการ เเละเปิดบริการครั้งเเรกในปี ค.ศ.1992 โดยปัจจุบันใช้รถไฟรุ่น E3-1000 series เเละ E3-2000 series สำหรับการบริการ โดยเริ่มต้นเดินรถที่สถานีต้นทาง สถานีรถไฟฟุคุชิมะ มายังสถานีรถไฟโยเนซาวะ เเละต่อมายังสถานีรถไฟทาคาฮาตะ เเละสถานีรถไฟอะคายุ หลังจากนั้นจะเป็นสถานีรถไฟคามิโนยาม่าออนเซ็น ก่อนจะเข้ามาที่สถานีรถไฟยามากาตะ เเละต่อมายังสถานีรถไฟเท็นโด เเละสถานีรถไฟซากุรัมโบ-ฮิกาชาย ก่อนที่จะถึงสถานีรถไฟมารุยามะ ต่อด้วยสถานีรถไฟโอชิดะเเละสถานีปลายทาง สถานีรถไฟชินโจ เป็นสถานีรถไฟสุดท้าย

โดยที่นักท่องเที่ยวเมื่อมาใช้บริการของชินคันเซ็นสาย Yamagata Shinkansen สามารถไปต่อใช้บริการรถไฟสายสำคัญอื่นๆ อย่างสาย Yonesaka Line ได้ที่สถานีรถไฟโยเนซาวะ หรือจะเป็นสาย Flower Nagai Line ได้ที่สถานีรถไฟอะคายุ รวมทั้งรถไฟสาย ?u Main Line, Rikuu East Line เเละ Rikuu West Line ได้ที่สถานีปลายทาง สถานีรถไฟชินโจ เเถมยังผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญอย่างเมืองนิกโก้อีกด้วย อีกทั้งในช่วงหน้าเทศกาลก็ยังมีผู้ใช้งานมากมายทั้งเทศกาลชินโจมัตสึที่เมืองชินโจ หรือจะเป็นเทศกาลฮานางาสะที่เมืองยามากาตะ

ยามากาตะ ชินคันเซ็น นั้นมีค่าโดยสารจากสถานีต้นทาง สถานีฟุคุชิมะ ในเมืองฟุคุชิมะ ถึง สถานีปลายทาง สถานีรถไฟเมืองชินโจ ในเมืองชินโจ ที่เรท 4,940 เยน นับว่าเป็นชินคันเซ็นที่น่าสนใจเเละเป็นอีกหนึ่งในรถไฟความเร็วสูงที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมกัน

สถาปัตยกรรมญี่ปุ่นนั้นมีความโดดเด่นเเละเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นอย่างยิ่ง

จนกลายเป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นต่างประทับใจกับความสวยงามของอาคารบ้านเรือนต่างๆ ยิ่งเป็นอาคารโบราณด้วยเเล้ว ก็สวยงามเเละมีสิ่งดึงดูดใจให้กับผู้ที่ได้มาพบเห็น โดยเฉพาะหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่โดดเด่นเเละเป็นเอกลักษณ์อย่าง ปราสาทญี่ปุ่น นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งในเเหล่งท่องเที่ยวสำคัญเลยก็ว่าได้ เเละมีหลายเเห่งที่น่าสนใจอย่าง ปราสาทฟูไน ก็นับว่าน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

Funai Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองโออิตะ ในจังหวัดโออิตะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่สร้างในช่วงรอยต่อก่อนเข้าสู่สมัยเอโดะไม่นานนัก ในปี ค.ศ.1597 สร้างโดย ฟุคุฮาระ นาโอทากะ ซึ่งถูกย้ายมาจาก อุสุกิ เเละเริ่มทำการสร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้น เเค่หลังจากปราสาทเเห่งนี้สร้างเสร็จเพียงเเค่ 2 ปี เขาก็ถูกย้ายกลับไป อุสุกิ เช่นเดิม เเละมี ฮายากาวะ นากามาสะ มาปกครองดินเเดนเเห่งนี้เเละครอบครองปราสาทเเทน เเต่ในสงครามที่เซกิงาอาระนั้นเขาเข้าร่วมกับกองทัพของ อิชิดะ มัสซึนาริ เเละพ่ายเเพ้จนต้องทำซัปปากุจนเสียชีวิตไป โดยหลังจากเข้าสู่ยุคเอโดะที่ปกครองโดยตระกูลโทกุกาวะเเล้ว ก็ได้ส่งให้ ทาเคนากะ ชิกาโทชิ มาปกครองดินเเดนเเห่งนี้เเละครอบครองปราสาทหลังนี้เเทน เเละได้มีการขยายปราสาทจนมีขนาดใหญ่โตขึ้นเป็นอย่างมาก เเต่เเล้วเมื่อถึงปี ค.ศ.1656 ลูกชายของ ทาเคนากะ ชิกาโทชิ ที่ครอบครัวปราสาทผัวพันความผิดเรื่องที่ท่าเรือนางาซากิจนต้องกระทำซัปปุกุไป เเละปราสาทก็มีเจ้าของคนใหม่คือ มัตสุไดระ ทาดากิ เเละปราสาทอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลมัตสุไดระ จนเข้าสู่ช่วงปฏิรูปเมจิ ซึ่งตัวปราสาทโดยทำลายลงไปบางส่วนเเละได้มีการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ.1965 ที่ผ่านมา

ปัจจุบันนั้น ปราสาทฟูไน เเม้ว่าจะได้รับการบูรณะเเล้ว เเต่ตัวหอคอยหลักของปราสาทก็ไม่ได้รับการบูรณะขึ้นมาด้วย จึงหลงเหลือเพียงเเค่ในส่วนของคูน้ำ เเละบรรดาเเนวกำเเพงพร้อมกับป้อมปราการบางส่วนที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาให้ส่วนงาม ส่วนประตูหลักๆ ของปราสาทก็ยังคงความสวยงามเเละน่ามาสัมผัสเช่นเดิม

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชม Funai Castle นั้นมีหลายจุดที่ไม่ควรพลาดมาชมทั้งในส่วนของ ยากุระทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง หรือจะเป็น ยากุระทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ก็สวยงามไม่เเพ้กัน รวมไปถึง ประตูโอเทนม่อน ที่ยิ่งใหญ่เเละงดงาม รวมไปถึงอาคาร Rokabashi ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย โดยน่าจะใช้เวลาในการเดินท่องเที่ยวสำรวจประมาณ 1 ชั่วโมงก็ทั่วถึงเเล้ว

ส่วนการเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ ปราสาทฟูไน นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Nippo Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟ JR Oita Station หลังจากนั้นเเล้วก็เดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว